11 ก.ย. 7 ข้อควรระวังก่อนจ้างแรงงานต่างด้าว ป้องกันโดนปรับสูงสุด 100,000 บาท
การจัดหาและบริหารจัดการกำลังคนต่างชาติในภาคอุตสาหกรรม ภาคการก่อสร้าง รวมถึงภาคบริการ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ประกอบการและฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ การรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยขาดการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ไม่เพียงแต่นำไปสู่ปัญหาความล่าช้าในกระบวนการผลิต แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อการโดนโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน รวมถึงโทษจำคุกและโทษห้ามจ้างแรงงานต่างชาติในอนาคต การทำความเข้าใจข้อควรระวังสำคัญจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างปลอดภัย
1. การตรวจสอบสถานะใบอนุญาตทำงานและเอกสารประจำตัว
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดคือการรับแรงงานเข้าทำงานโดยพิจารณาเพียงแค่มีหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานติดตัวมาเท่านั้น โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องเชิงลึก
เอกสารประจำตัวทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางชั่วคราว หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ต้องยังไม่หมดอายุและมีตราประทับการตรวจลงตราประเภทวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง ในส่วนของใบอนุญาตทำงาน ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลระบุชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และประเภทงาน ตรงกับความเป็นจริงทุกประการ การรับแรงงานที่มีใบอนุญาตทำงานแต่ระบุชื่อนายจ้างเดิมโดยยังไม่ได้ทำเรื่องยื่นเปลี่ยนนายจ้าง ถือเป็นความผิดตามกฎหมายไทยทันที
2. การตรวจสอบประเภทงานและเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายไทยมีการกำหนดประเภทงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด รวมถึงงานที่ทำได้ตามเงื่อนไขเฉพาะ นายจ้างต้องมั่นใจว่าหน้าที่งานที่มอบหมายให้แรงงานทำ ไม่ใช่งานตามบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศกระทรวงแรงงาน
ตัวอย่างเช่น งานขายหน้าร้าน งานแกะสลักไม้ หรืองานนวดไทย ถือเป็นงานที่ไม่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด การมอบหมายงานที่ไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาตในใบอนุญาตทำงาน มีโทษปรับตามกฎหมายตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน และหากทำความผิดซ้ำ นายจ้างอาจต้องรับโทษจำคุกและถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลาสามปี
3. ระยะเวลาการแจ้งเข้าและแจ้งออกจากงานตามกฎหมาย
กระบวนการทางธุรการและเอกสารแรงงานมีกรอบระยะเวลาที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตามที่กรมการจัดหางานกำหนด
เมื่อนายจ้างรับแรงงานต่างด้าวเข้าทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งการเข้าทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานในพื้นที่ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่แรงงานเริ่มทำงานจริง เช่นเดียวกับกรณีที่แรงงานออกจากงาน เลิกจ้าง หรือเลิกสัญญาจ้าง นายจ้างจะต้องยื่นเรื่องแจ้งการออกจากงานภายใน 15 วันเช่นเดียวกัน การละเลยไม่แจ้งเข้าหรือแจ้งออกตามระยะเวลาที่กำหนด มีโทษปรับทางกฎหมายไม่เกิน 20,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน
4. ความถูกต้องของกระบวนการเปลี่ยนนายจ้างและการย้ายสถานประกอบการ
กรณีที่นายจ้างต้องการรับแรงงานต่างด้าวเปลี่ยนนายจ้าง หรือแรงงานที่ย้ายมาจากสถานประกอบการอื่น ต้องมั่นใจว่าแรงงานรายนั้นได้ผ่านกระบวนการแจ้งออกจากนายจ้างเดิมอย่างสมบูรณ์แล้ว
แรงงานต่างด้าวต้องมีหนังสือแจ้งออกจากนายจ้างเดิม หรือเอกสารยืนยันการสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกรอบเวลาที่กฎหมายอนุญาต และต้องดำเนินการแจ้งขึ้นทะเบียนนายจ้างใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด การปล่อยให้แรงงานทำงานไปก่อนโดยอยู่ในสถานะเอกสารลอย หรืออยู่ระหว่างรอย้ายนายจ้างโดยที่นายจ้างใหม่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรับเข้าทำงาน ถือว่าเป็นการจ้างแรงงานผิดกฎหมายในระหว่างนั้น
5. การปฏิบัติตามมาตรฐานสวัสดิการและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกับแรงงานไทยทุกประการ
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละพื้นที่ จัดให้มีวันหยุด วันลา ค่าล่วงเวลา และสวัสดิการด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเหมาะสม การหักค่าจ้างที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายอนุญาต หรือการยึดเอกสารประจำตัวของแรงงาน เช่น หนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงานไว้กับตัวนายจ้าง ถือเป็นความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและอาจเข้าข่ายการบังคับใช้แรงงานด้วย
6. การบริหารจัดการเรื่องการตรวจสุขภาพและระบบประกันสังคม
เรื่องสุขภาพและประกันสังคมถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการต่ออายุเอกสารและการทำงานของคนต่างด้าวในประเทศไทย
นายจ้างต้องพาแรงงานต่างด้าวไปเข้ารับการตรวจสุขภาพ ณ โรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง เพื่อยืนยันว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จากนั้นต้องดำเนินการนำแรงงานเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามประเภทกิจการ หรือซื้อประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับกิจการที่ได้รับการยกเว้นประกันสังคม การละเลยไม่นำแรงงานเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพอาจทำให้ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตทำงานได้ และทำให้นายจ้างต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
7. การเลือกใช้บริการผู้ประสานงานและบริษัทนำเข้าแรงงานที่ได้รับอนุญาต
ในขั้นตอนการจัดหาหรือนำเข้าแรงงานต่างด้าวระบบ MOU นายจ้างหลายแห่งเลือกใช้บริการตัวกลางหรือบริษัทเอเจนซี่เพื่ออำนวยความสะดวก
ข้อควรระวังคือ ต้องตรวจสอบว่าบริษัทนำเข้าแรงงานนั้น ได้รับใบอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศอย่างถูกต้องจากกรมการจัดหางาน มีการวางหลักประกันตามที่กฎหมายกำหนด และมีสัญญาการให้บริการที่ชัดเจน การใช้บริการบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือนายหน้าผิดกฎหมาย มีความเสี่ยงสูงที่จะโดนทิ้งงาน เอกสารไม่สมบูรณ์ หรือได้แรงงานที่ไม่ตรงตามคุณสมบัติ ซึ่งส่งผลให้นายจ้างกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ
สรุปตารางเปรียบเทียบความเสี่ยงและบทลงโทษทางกฎหมาย
| ข้อควรระวัง | ความเสี่ยงและข้อผิดพลาดที่มักพบ | บทลงโทษทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| การจ้างแรงงานไม่มีใบอนุญาต | ไม่ตรวจสอบเอกสาร หรือใบอนุญาตหมดอายุ | ปรับ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อคน |
| งานไม่ตรงตามใบอนุญาต | ให้ทำหน้าที่ที่ห้ามคนต่างด้าวทำ | ปรับ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อคน |
| การไม่แจ้งเข้าหรือแจ้งออก | ยื่นเรื่องเกินกำหนด 15 วัน | ปรับไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน |
| การยึดเอกสารประจำตัวแรงงาน | เก็บหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตไว้ | มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน |
เพิ่มความมั่นใจและลดความเสี่ยงในการจ้างงานกับผู้เชี่ยวชาญ
การจัดการเรื่องแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมายและรัดกุมในทุกขั้นตอน ถือเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร บริษัท นำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ เท็นไมล์เลเบอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเป็นคู่คิดในการจัดหาและบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างมืออาชีพ ดำเนินการถูกต้องตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนงานต่างด้าว ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ พร้อมวางหลักประกันกับรัฐบาล การันตีคุณภาพการบริหารด้วยมาตรฐานสากล ISO 9001 ISO 14001 และ ISO/IEC 27001 ช่วยให้นายจ้างดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากปัญหาข้อกฎหมาย และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการหาคนงานต่างด้าว
โทร. 098-270-4840, 086-528-4820
อีเมล : 10milelabourgroup@gmail.com

